แทบจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกที่อินกับอะไรมากๆ มันเป็นยังไง
ชวนทำความรู้จักกับ ‘Languishing’ ภาวะทางอารมณ์ที่ผู้คนทั่วโลกต่างยกให้เป็นความรู้สึกแห่งปี 2021 ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลกระทบต่อความเครียดและสุขภาพจิตกันแทบทุกคน ทั้งการต้องกักตัวล็อคดาวน์อยู่บ้าน หลายคนไม่ได้เจอครอบครัว ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ธุรกิจหยุดนิ่ง รายได้หดหาย สารพัดปัญหาหนักๆ ที่ทับถมจนรู้สึกหน่วงเกินกว่าจะโฟกัสกับงาน อยู่ๆ ก็เหมือนเข้าสู่สภาวะสมองว่างเปล่า ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรไปดื้อๆ อยากทิ้งตัวนอนดู Netflix ทั้งวัน มันเหนื่อย มันเฉื่อย มันชา ถามหา Passion ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

คำว่า ‘Languishing’ จริงๆ มันก็เป็นคำค่อนข้างใหม่ที่เริ่มฮิตขึ้นมา ใช้อธิบายภาวะอารมณ์เนือยๆ เฉยๆ ช้าๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นซึมเศร้า ยังอยากทำงานอยู่ไม่ได้เบิร์นเอ้าท์ แต่มันไม่มีแรงจูงใจเหมือนเคย โดยในแง่สุขภาพจิตก็จะมีอีกคำหนึ่งที่มันตรงข้ามกันก็คือ ‘Flourishing’ เหมือนเป็นต้นไม้ดอกไม้ที่เบ่งบาน ออกดอกสวยงาม เปรียบเทียบถึงเวลาเรามีสุขภาพจิตที่ดีเราก็จะมีอารมณ์ลักษณะประมาณนั้น

‘Languishing’ เกิดจากสภาพแวดล้อมหรือใจเรากันแน่ที่เปราะบาง

นพ.เมธีวัชร์ ชิตเดชะ จิตแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “ในเชิงของสุขภาพจิตมันมีผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ถ้าแบ่งง่ายๆ ก็จะมี 3 ปัจจัยหลักก็คือ ด้านชีวภาพ จิตใจ และสังคมที่เกื้อหนุนให้คนๆ นึงมีสุขภาพจิตที่ไม่ดี”

ปัจจัยด้านชีวภาพก็อย่างเช่นเรื่องสุขภาพ โรคประจำตัว ฮอร์โมน การใช้ยาหรือใช้สารบางอย่าง ในแง่จิตใจก็จะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความคิด ทัศนคติ การจัดการความรู้สึก ซึ่งแต่ละคนก็มีพื้นอารมณ์ที่ต่างกันไป บางคนเป็นคนมีความสุขง่าย บางคนขี้หงุดหงิด มันก็ส่งผลต่อสุขภาพจิตของบุคคลนั้นๆ

ส่วนปัจจัยด้านสังคมก็ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ ครอบครัว ความรุนแรง สิ่งแวดล้อม โควิด-19 การเมือง อะไรพวกนี้นับว่าใช่หมดเลย ดังนั้นถ้าปัจจัยด้านใดด้านหนึ่งมันไม่บาลานซ์ มันมีปัญหาขึ้นมา ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้

“สิ่งที่บอกได้ว่าเราไม่ได้เป็นแบบนี้คนเดียวก็คือเวลาเราเลื่อนดูเฟสบุ๊ก เราก็เห็นหลายคนที่เป็นเหมือนกัน”

มะเฟือง-เรืองริน อักษรานุเคราะห์ นักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดเจ้าของเพจ Beautiful Madness by Mafuang มองว่าเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครล้วนมีความสัมพันธ์ต่อสังคม การที่สังคมมันยุ่งเหยิง มันไม่ได้เอื้อให้เราสามารถทำสิ่งที่เรารักได้อย่างมีความสุข แน่นอนมันก็เป็นไปได้ที่จะเกิดผลกับสภาวะจิตใจของเรา

ยิ่งปัจจุบันคนเราอยู่ในสังคมทุนนิยม ซึ่งมักจะให้ค่ากับความสำเร็จ เงินทอง หรือการแข่งขัน มันจึงคอยกระตุ้นจิตใต้สำนึกเราให้เร่งอยู่ตลอดเวลา คอยทำอะไรให้สำเร็จตลอดเวลา ต้องไปหาอะไรทำใหม่ๆ แล้วมันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกผิดไปหมดถ้าเราทำไม่ได้ตามความคาดหวัง

จัดการตัวเองยังไงในช่วง ‘Languishing’

มะเฟืองมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องไม่โทษตัวเอง แล้วก็ปลอบตัวเองบ้าง เหมือนแค่ตบไหล่ตัวเองเบาๆ ว่าบางทีในสถานการณ์แบบนี้การที่เราแค่ดำเนินชีวิตต่อไปได้ในทุกๆ วันโดยที่ความรู้สึกมันไม่พัง ไม่ breakdown ไปก่อนเราก็เก่งแค่ไหนแล้ว แค่นี้มันก็นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จได้แล้ว เราต้องให้เครดิตตัวเองด้วยที่มาถึงขนาดนี้ 

จากนั้นลองตั้งเป้าหมายแบบ Baby Steps ค่อยๆ เคลียร์ไปทีละเรื่องทีละนิด อย่าเพิ่งตั้งความหวังไว้สูง เจาะจงไปเลยว่าวันนี้จะทำอะไรด้วยวิธีไหน หรือแทนที่เราจะคิดว่าวันเดียวจะต้องทำหลายๆ อย่าง อาจจะลองเปลี่ยนเป็นอาทิตย์นึงทำ 5 อย่างนี้ เราจะได้มีเวลากับมันโดยที่ไม่กดดันตัวเอง คือพยายามหาบาลานซ์ให้ตัวเอง

ทางด้าน นพ.เมธีวัชร์ แนะนำว่าให้เราเลือกจัดการปัจจัยที่เราควบคุมได้ก่อน อย่างเรื่องสุขภาพก็ดูแลตัวเองให้แข็งแรง กินอิ่มนอนหลับ หาเวลาออกกำลังกาย ด้านจิตใจก็พยายามหาอะไรที่ชอบทำ คลายเครียด หรือว่าหาคนพูดคุยระบาย อันนี้ก็ได้เหมือนกัน

หรือในแง่ของคนทำงานที่รู้สึกกดดันตัวเองเพราะไม่มีแรงจูงใจเท่าเดิม เราอาจจะต้องลองแบ่งเวลาไปให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นในชีวิตเพิ่มดู ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก สุขภาพ แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้มันเยอะขึ้นแล้วเรื่องงานก็เบาๆ ลงหน่อย พออารมณ์เราดีขึ้น หมอเชื่อว่าสุดท้ายการทำงานมันก็จะค่อยๆดีขึ้นตามมาด้วย

อยากกลับมาเป็นคนมี Passion เหมือนเดิมจะเป็นไปได้มั้ย

ลองสังเกตตัวเองดูว่าความรู้สึกที่มันเบื่อ มันเซ็ง มันทุกข์ในช่วงนี้อยู่ในระดับที่เริ่มมากกว่าปกติของเราแล้วหรือยัง ถ้ามันเริ่มขยายไปจนกระทบกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตด้วยแบบว่าดูหนังฟังเพลงก็ไม่อยากจะทำ ดูซีรี่ส์ก็ไม่สนุก เจอเพื่อนก็ไม่ค่อยอยากไป อันนี้มีแนวโน้มของสุขภาพจิตที่ไม่ดีมากจนอาจจะถึงขั้นเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าแล้วหรือเปล่า ควรต้องปรึกษากับนักจิตหรือจิตแพทย์ให้ประเมินกันอีกที

แต่ถ้าในระดับทั่วๆ ไปที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น ความทุกข์อาจจะขยายไปแค่บางเรื่อง อย่างเช่น เรื่องงานที่เคยมีแพชชั่นแต่เดี๋ยวนี้ก็เบื่อๆ ไป ก็ต้องลองดูว่ามันยังพอมีอะไรที่เป็นแพชชั่นในด้านอื่นๆ ได้อยู่บ้าง อาจจะลองมองหาเป้าหมายใหม่ๆ ในชีวิตมากขึ้น เล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรใหญ่โต ให้มันเป็นสิ่งที่เราเริ่มต้นทำได้ง่ายๆ เพื่อทำให้สุขภาพจิตใจในช่วงนี้เราโอเคขึ้นมาก่อน แล้วก็ค่อยลองกลับมาเช็กตัวเองใหม่ว่าพอสุขภาพใจเราโอเคขึ้นแล้ว เรากลับมาทำสิ่งที่เราเคยทำ ความชอบมันกลับมาเหมือนเดิมหรือเปล่า

อีกอย่างที่เป็นไปได้คือตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของชีวิต สิ่งที่เคยชอบเราอาจจะเบื่อมันแล้วจริงๆ ชีวิตเรามันอยู่ในจุดที่ต้องการอะไรที่มันแตกต่างไปจากเดิมเพิ่มมากขึ้นแล้ว หรืออาจจะเพราะเราทำมันมาสักระยะนึงแล้วเลยอยากลองเส้นทางใหม่ๆ อันนี้มันก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งก็ได้

แต่ชีวิตของคนเรามันต้องดำเนินเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถเป็นคนเดิมเหมือนเดิมได้ เราเมื่อวันนี้กับเราเมื่อสิบปีที่แล้วก็ไม่เหมือนกัน เราในวันนี้กับเมื่อวานก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งต่างๆ ที่มันเข้ามามีผลกระทบต่อเราก็ต้องถือว่าเป็นความปกติอย่างหนึ่ง ภาวะ ‘Languishing’ ที่มันเข้ามากระทบใจเราในช่วงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความรู้สึกที่มันจะผ่านไป มันขึ้นอยู่กับเราว่าหลังจากนี้เราอยากเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนที่เกิดประโยชน์กับชีวิตเรามากที่สุด

Source:

นพ.เมธีวัชร์ ชิตเดชะ 
จิตแพทย์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

มะเฟือง-เรืองริน อักษรานุเคราะห์
นักจิตวิทยาและนักจิตบำบัด
Beautiful Madness by Mafuang

SHARE

By : TANANYA CHOTIVORRAVAT

Deputy Head of Content

SHARE